ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C) เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบซี หรือ HCV (Hepatitis C Virus) ซึ่งเป็นไวรัสที่เข้าไปทำให้เกิดการอักเสบของตับ
หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อโรคนี้มากนัก แต่ในความเป็นจริง โรคไวรัสตับอักเสบซียังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังอยู่ประมาณ 50 ล้านคนทั่วโลก และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านคนต่อปี
สิ่งที่น่ากังวล คือ ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ เนื่องจากโรคมักไม่แสดงอาการในระยะแรก
ไวรัสตับอักเสบซีติดต่อได้อย่างไร
โรคนี้ติดต่อผ่านการสัมผัสเลือดที่มีเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง เช่น
ในบางกรณี อาจติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ที่มีโอกาสสัมผัสเลือดร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยมีระบบคัดกรองเลือดที่ได้มาตรฐาน ทำให้โอกาสการติดเชื้อจากการรับเลือดลดลงอย่างมาก
สิ่งที่ไม่ทำให้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี
ไวรัสตับอักเสบซี ไม่ติดต่อผ่านการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป เช่น
ทำไมหลายคนถึงไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อ
ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่มีอาการในช่วงแรก และอาจใช้เวลาหลายปี หรือหลายสิบปีกว่าความเสียหายของตับจะค่อย ๆ สะสมจนเริ่มแสดงอาการออกมา เมื่อโรคดำเนินไป ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มมีอาการ เช่น
แต่หลายครั้งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นเมื่อมีความเสียหายของตับในระดับมากแล้ว
หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดอะไรขึ้น
เมื่อไวรัสอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ได้แก่
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโรคไวรัสตับอักเสบซีถือเป็นโรคที่มีข่าวดี เพราะสามารถรักษาให้หายขาดได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ด้วยยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง
ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง หากมีประวัติ เช่น
ไวรัสตับอักเสบซี ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสรักษาหายได้
แม้ไวรัสตับอักเสบซีจะเป็นโรคที่หลายคนไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญอยู่ แต่ปัจจุบันถือเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ หากได้รับการวินิจฉัย และเริ่มต้นการรักษาอย่างเหมาะสม
ดังนั้น การประเมินความเสี่ยง เข้ารับการตรวจคัดกรอง และไม่ละเลยความผิดปกติของสุขภาพ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :