02 532 4444
ติดต่อสอบถาม 02 532 4444
หน้าแรก / บทความสุขภาพ / "โรคไต" ไม่ได้มาแบบฉับพลัน แต่ค่อยๆทำร้ายสุขภาพโดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว
"โรคไต" ไม่ได้มาแบบฉับพลัน แต่ค่อยๆทำร้ายสุขภาพโดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว
11 กุมภาพันธ์ 2026

โรคไต (Kidney Disease) ไม่ได้มาแบบฉับพลัน แต่ค่อยๆทำร้ายสุขภาพโดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว
โรคไตเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไตมักถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” เนื่องจากในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการชัดเจน แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจนำไปสู่ภาวะไตวายและส่งผลรุนแรงต่อคุณภาพชีวิต

หน้าที่สำคัญของไต
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว อยู่บริเวณหลังช่องท้อง มีจำนวน 2 ข้าง โดยไตมีหน้าที่หลัก ได้แก่

  • กรองของเสียและสารพิษออกจากเลือด
  • ควบคุมสมดุลน้ำ เกลือแร่ และกรด-ด่างในร่างกาย
  • ควบคุมความดันโลหิต
  • สร้างฮอร์โมนที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง
  • ช่วยดูแลความแข็งแรงของกระดูกผ่านการควบคุมวิตามินดีและแคลเซียม


​​​​​​​เมื่อไตทำงานผิดปกติ ของเสียจะสะสมในร่างกาย ส่งผลต่ออวัยวะต่าง ๆ อย่างเป็นลูกโซ่
โรคไต หมายถึง ภาวะที่ไตไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

1. โรคไตเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาไม่กี่วันหรือสัปดาห์ สาเหตุอาจมาจากการขาดน้ำอย่างรุนแรง การติดเชื้อ การใช้ยาบางชนิด หรือการเสียเลือดมาก หากได้รับการรักษาทันท่วงที ไตอาจกลับมาทำงานได้ใกล้เคียงปกติ

2. โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease)
เป็นภาวะที่ไตเสื่อมลงอย่างช้า ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน มักไม่แสดงอาการในระยะแรก และไม่สามารถฟื้นกลับมาเป็นปกติได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจพัฒนาไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย


สาเหตุสำคัญของโรคไต
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • โรคเบาหวาน (สาเหตุอันดับหนึ่งของโรคไตเรื้อรัง)
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ ๆ
  • การใช้ยาบางชนิดเป็นเวลานาน เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs
  • โรคไตอักเสบจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ
  • พฤติกรรมการรับประทานอาหารเค็มจัด ดื่มน้ำน้อย
  • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
     

อาการของโรคไต
อาการของโรคไตขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อไตเสื่อมมากขึ้น อาจพบอาการดังนี้

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • บวมที่หน้า เท้า หรือข้อเท้า
  • ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ปัสสาวะน้อยลง หรือมีฟองมาก
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
  • ความดันโลหิตสูงควบคุมยาก
  • ซีดจากภาวะโลหิตจาง
  • คันตามผิวหนัง
     

หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจประเมินการทำงานของไต
การตรวจวินิจฉัยโรคไต

การตรวจโรคไตสามารถทำได้โดย

  • ตรวจเลือดเพื่อประเมินค่าการทำงานของไต (เช่น ค่า Creatinine และ eGFR)
  • ตรวจปัสสาวะ เพื่อดูโปรตีน เลือด หรือความผิดปกติอื่น ๆ
  • ตรวจอัลตราซาวด์ไต เพื่อดูขนาดและโครงสร้างของไต
  • ในบางกรณีอาจต้องตรวจเพิ่มเติมตามดุลยพินิจแพทย์
     

การตรวจสุขภาพเป็นประจำช่วยให้พบโรคไตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
การรักษาโรคไต

การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค โดยมีเป้าหมายเพื่อชะลอการเสื่อมของไตและป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
  • ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ลดเค็ม ลดโปรตีนตามคำแนะนำแพทย์
  • ใช้ยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • หลีกเลี่ยงยาที่ทำร้ายไต
  • ในระยะไตวาย อาจจำเป็นต้องฟอกเลือด ล้างไตทางช่องท้อง หรือปลูกถ่ายไต
     

การป้องกันโรคไต
โรคไตสามารถป้องกันและชะลอความรุนแรงได้ด้วยการดูแลสุขภาพ ดังนี้

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารรสไม่เค็มจัด
  • ควบคุมน้ำตาลและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่จำเป็น
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

สรุป
โรคไตเป็นโรคที่อาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรงหากไม่ได้รับการดูแล การรู้เท่าทันสาเหตุ อาการ และการป้องกัน จะช่วยให้สามารถดูแลไตได้อย่างเหมาะสม การตรวจสุขภาพเป็นประจำและปรึกษาแพทย์เมื่อมีความผิดปกติ เป็นกุญแจสำคัญในการรักษาไตให้ทำงานได้อย่างยาวนาน

โรคไตอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่เนิ่นๆ การตรวจสุขภาพไตเป็นประจำช่วยให้รู้ทัน ป้องกัน และชะลอความรุนแรงของโรคได้เริ่มดูแลไตของคุณและคนที่คุณรักตั้งแต่วันนี้ ด้วยการตรวจสุขภาพอย่างเหมาะสม

 

                                                                        ที่มา : สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย, My Kidney Journey

บทความสุขภาพ
Copyright © 2020 Bcaremedicalcenter. All Rights Reserved.