หลายคนอาจเคยได้ยินคำเตือนว่าดื่มน้ำน้อย ระวังนิ่วในไต แต่รู้หรือไม่ว่า การดื่มน้ำน้อยเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต
โรคนิ่วในไตสามารถพบได้ในคนทุกวัย และบางรายอาจไม่มีอาการผิดปกติเลย จนกระทั่งก้อนนิ่วเคลื่อนตัวไปอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง และจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา
นิ่วในไตคืออะไร ?
นิ่วในไต คือ ก้อนแข็งที่เกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุ และสารบางชนิดภายในปัสสาวะ เมื่อปัสสาวะมีความเข้มข้นมากเกินไป แร่ธาตุเหล่านี้จะจับตัวกันเป็นผลึกขนาดเล็ก และค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นก้อนนิ่ว
ก้อนนิ่วอาจอยู่ภายในไต หรือเคลื่อนลงสู่ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และทางเดินปัสสาวะได้
ดื่มน้ำน้อย ทำไมจึงเสี่ยงเป็นนิ่วในไต ?
น้ำมีบทบาทสำคัญในการช่วยเจือจางปัสสาวะ และพาสารต่าง ๆ ออกจากร่างกาย
เมื่อดื่มน้ำน้อย ปริมาณปัสสาวะจะลดลง ทำให้แร่ธาตุต่าง ๆ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต และกรดยูริก มีความเข้มข้นสูงขึ้น จนเกิดการตกผลึก และสะสมเป็นก้อนนิ่วได้ง่ายขึ้น
แม้ว่าการดื่มน้ำน้อยจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่โรคนิ่วในไตยังเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต
นอกจากการดื่มน้ำน้อยแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดนิ่วในไต เช่น
อาการของนิ่วในไต
นิ่วขนาดเล็กอาจไม่ก่อให้เกิดอาการ แต่เมื่อก้อนนิ่วเคลื่อนตัว หรืออุดกั้นทางเดินปัสสาวะ อาจทำให้เกิดอาการ เช่น
หากมีอาการปวดรุนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีไข้ร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว
นิ่วในไต ป้องกันได้หรือไม่ ?
แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
นิ่วในไตเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยการดื่มน้ำน้อยถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นมากขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดการตกผลึกของแร่ธาตุ
การดื่มน้ำให้เพียงพอ ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการสังเกตอาการผิดปกติของตนเอง จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไตได้ในระยะยาว
หากมีอาการปวดสีข้าง ปวดหลังรุนแรง ปัสสาวะมีเลือด หรือสงสัยว่าอาจเป็นนิ่วในไต ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Rama Channel คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล