02 532 4444
ติดต่อสอบถาม 02 532 4444
หน้าแรก / บทความสุขภาพ / ดื่มน้ำน้อย เสี่ยงนิ่วในไตจริงไหม ?
ดื่มน้ำน้อย เสี่ยงนิ่วในไตจริงไหม ?
06 กรกฎาคม 2026

หลายคนอาจเคยได้ยินคำเตือนว่าดื่มน้ำน้อย ระวังนิ่วในไต แต่รู้หรือไม่ว่า การดื่มน้ำน้อยเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต

โรคนิ่วในไตสามารถพบได้ในคนทุกวัย และบางรายอาจไม่มีอาการผิดปกติเลย จนกระทั่งก้อนนิ่วเคลื่อนตัวไปอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง และจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา

นิ่วในไตคืออะไร ?
นิ่วในไต คือ ก้อนแข็งที่เกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุ และสารบางชนิดภายในปัสสาวะ เมื่อปัสสาวะมีความเข้มข้นมากเกินไป แร่ธาตุเหล่านี้จะจับตัวกันเป็นผลึกขนาดเล็ก และค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นก้อนนิ่ว

ก้อนนิ่วอาจอยู่ภายในไต หรือเคลื่อนลงสู่ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และทางเดินปัสสาวะได้

ดื่มน้ำน้อย ทำไมจึงเสี่ยงเป็นนิ่วในไต ?
น้ำมีบทบาทสำคัญในการช่วยเจือจางปัสสาวะ และพาสารต่าง ๆ ออกจากร่างกาย

เมื่อดื่มน้ำน้อย ปริมาณปัสสาวะจะลดลง ทำให้แร่ธาตุต่าง ๆ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต และกรดยูริก มีความเข้มข้นสูงขึ้น จนเกิดการตกผลึก และสะสมเป็นก้อนนิ่วได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าการดื่มน้ำน้อยจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่โรคนิ่วในไตยังเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต
นอกจากการดื่มน้ำน้อยแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่อาจเพิ่มโอกาสเกิดนิ่วในไต เช่น

  • ดื่มน้ำน้อยเป็นประจำ
  • รับประทานอาหารรสเค็มจัด
  • รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ในปริมาณมาก
  • รับประทานอาหารที่มีออกซาเลตสูงในปริมาณมาก เช่น ผักโขม ชา ช็อกโกแลต และถั่วบางชนิด
  • น้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นนิ่วในไต
  • เคยเป็นนิ่วในไตมาก่อน
  • โรคประจำตัวบางชนิด หรือการใช้ยาบางประเภท

อาการของนิ่วในไต
นิ่วขนาดเล็กอาจไม่ก่อให้เกิดอาการ แต่เมื่อก้อนนิ่วเคลื่อนตัว หรืออุดกั้นทางเดินปัสสาวะ อาจทำให้เกิดอาการ เช่น

  • ปวดบริเวณสีข้าง หรือหลังอย่างรุนแรง
  • ปวดร้าวลงมาบริเวณท้องน้อย หรือขาหนีบ
  • ปัสสาวะแสบขัด
  • ปัสสาวะมีเลือดปน
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • หากมีการติดเชื้อร่วมด้วย อาจมีไข้ และหนาวสั่น

หากมีอาการปวดรุนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีไข้ร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว

นิ่วในไต ป้องกันได้หรือไม่ ?
แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งวัน
  • ไม่ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน หรือออกกำลังกาย
  • ลดการรับประทานอาหารเค็ม
  • รับประทานอาหารให้สมดุล
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • หากเคยเป็นนิ่วในไต ควรติดตามการรักษา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง

นิ่วในไตเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยการดื่มน้ำน้อยถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นมากขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดการตกผลึกของแร่ธาตุ

การดื่มน้ำให้เพียงพอ ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการสังเกตอาการผิดปกติของตนเอง จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไตได้ในระยะยาว

หากมีอาการปวดสีข้าง ปวดหลังรุนแรง ปัสสาวะมีเลือด หรือสงสัยว่าอาจเป็นนิ่วในไต ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Rama Channel คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความสุขภาพ
Copyright © 2020 Bcaremedicalcenter. All Rights Reserved.