เมื่อผลตรวจขึ้น "2 ขีด" ความรู้สึกแรกของว่าที่คุณแม่คงเต็มไปด้วยทั้งความดีใจ ตื่นเต้น และความกังวล หลายคนเริ่มวางแผนเลือกของใช้ให้ลูก ศึกษาเรื่องอาหาร และเตรียมตัวสำหรับบทบาทใหม่ในชีวิต
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ การฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ
หลายคนอาจเข้าใจว่าการฝากครรภ์เป็นเพียงการไปพบแพทย์เพื่อตรวจครรภ์เป็นระยะ แต่ในความเป็นจริง การฝากครรภ์มีความสำคัญมากกว่านั้น เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพทั้งคุณแม่ และลูกน้อยตลอดการตั้งครรภ์
ทำไมต้องฝากครรภ์ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ ?
องค์การอนามัยโลก (WHO) และกรมอนามัย แนะนำให้คุณแม่เริ่มฝากครรภ์ ทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์ หรือก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินสุขภาพ และวางแผนการดูแลได้ตั้งแต่ระยะแรก
ยิ่งเริ่มฝากครรภ์เร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสค้นพบความผิดปกติ หรือปัจจัยเสี่ยงได้เร็ว ทำให้สามารถวางแผนการรักษา และติดตามได้อย่างเหมาะสม
ฝากครรภ์ครั้งแรก แพทย์จะตรวจอะไรบ้าง ?
การฝากครรภ์ครั้งแรก ไม่ได้เป็นเพียงการยืนยันการตั้งครรภ์ แต่เป็นการประเมินสุขภาพโดยรวมของคุณแม่ และลูกน้อยอย่างละเอียด
ซักประวัติ และประเมินความเสี่ยง
แพทย์จะสอบถามข้อมูลสุขภาพ เช่น
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์วางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับคุณแม่แต่ละคน
ตรวจร่างกาย
แพทย์จะตรวจสุขภาพทั่วไป เช่น
รวมถึงตรวจภายในตามความเหมาะสม เพื่อคัดกรองความผิดปกติของมดลูก รังไข่ และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หากยังไม่เคยตรวจมาก่อน
ตรวจเลือด
การตรวจเลือดถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยค้นหาปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อคุณแม่ และลูกน้อย เช่น
หากพบความผิดปกติ แพทย์จะสามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก
ตรวจอัลตราซาวด์
ในช่วงไตรมาสแรก แพทย์มักตรวจอัลตราซาวด์เพื่อ
หลังจากนั้น ช่วงอายุครรภ์ประมาณ 18-22 สัปดาห์ จะมีการตรวจอัลตราซาวด์อีกครั้ง เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของอวัยวะต่าง ๆ ของทารกในครรภ์
ฝากครรภ์ช่วยดูแลทั้งคุณแม่และลูกน้อย
ตลอดการตั้งครรภ์ คุณแม่จะได้รับการติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโตของลูก การวัดความดันโลหิต การตรวจปัสสาวะ รวมถึงการประเมินภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือภาวะครรภ์เป็นพิษ
นอกจากนี้ แพทย์ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับ
เพื่อให้ทั้งคุณแม่ และลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงตลอดการตั้งครรภ์
ยิ่งฝากครรภ์เร็ว ยิ่งวางแผนการดูแลได้เร็ว
การฝากครรภ์ไม่ใช่เพียงการมาตรวจตามนัด แต่คือการดูแลสุขภาพของคุณแม่ และลูกน้อยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกของการตั้งครรภ์
หากคุณแม่เริ่มฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ แพทย์จะสามารถประเมินความเสี่ยง ค้นหาความผิดปกติ และวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ลูกน้อยเติบโตอย่างสมบูรณ์ในครรภ์
เพราะการดูแลที่ดีที่สุด เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันที่รู้ว่ากำลังจะมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :