02 532 4444
ติดต่อสอบถาม 02 532 4444
หน้าแรก / บทความสุขภาพ / รู้ว่าตั้งครรภ์แล้ว ทำไมต้องฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ
รู้ว่าตั้งครรภ์แล้ว ทำไมต้องฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ
24 สิงหาคม 2026

เมื่อผลตรวจขึ้น "2 ขีด" ความรู้สึกแรกของว่าที่คุณแม่คงเต็มไปด้วยทั้งความดีใจ ตื่นเต้น และความกังวล หลายคนเริ่มวางแผนเลือกของใช้ให้ลูก ศึกษาเรื่องอาหาร และเตรียมตัวสำหรับบทบาทใหม่ในชีวิต

แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ การฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ

หลายคนอาจเข้าใจว่าการฝากครรภ์เป็นเพียงการไปพบแพทย์เพื่อตรวจครรภ์เป็นระยะ แต่ในความเป็นจริง การฝากครรภ์มีความสำคัญมากกว่านั้น เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพทั้งคุณแม่ และลูกน้อยตลอดการตั้งครรภ์

ทำไมต้องฝากครรภ์ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ ?
องค์การอนามัยโลก (WHO) และกรมอนามัย แนะนำให้คุณแม่เริ่มฝากครรภ์ ทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์ หรือก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินสุขภาพ และวางแผนการดูแลได้ตั้งแต่ระยะแรก

ยิ่งเริ่มฝากครรภ์เร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสค้นพบความผิดปกติ หรือปัจจัยเสี่ยงได้เร็ว ทำให้สามารถวางแผนการรักษา และติดตามได้อย่างเหมาะสม

ฝากครรภ์ครั้งแรก แพทย์จะตรวจอะไรบ้าง ?
การฝากครรภ์ครั้งแรก ไม่ได้เป็นเพียงการยืนยันการตั้งครรภ์ แต่เป็นการประเมินสุขภาพโดยรวมของคุณแม่ และลูกน้อยอย่างละเอียด

ซักประวัติ และประเมินความเสี่ยง

แพทย์จะสอบถามข้อมูลสุขภาพ เช่น

  • โรคประจำตัว
  • ประวัติการตั้งครรภ์ที่ผ่านมา
  • ประวัติการแพ้ยา
  • โรคทางพันธุกรรมในครอบครัว
  • ยาที่รับประทานเป็นประจำ
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์วางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับคุณแม่แต่ละคน

ตรวจร่างกาย
แพทย์จะตรวจสุขภาพทั่วไป เช่น

  • วัดความดันโลหิต
  • ชั่งน้ำหนัก
  • ตรวจร่างกายเบื้องต้น

รวมถึงตรวจภายในตามความเหมาะสม เพื่อคัดกรองความผิดปกติของมดลูก รังไข่ และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หากยังไม่เคยตรวจมาก่อน

ตรวจเลือด
การตรวจเลือดถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยค้นหาปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อคุณแม่ และลูกน้อย เช่น

  • ภาวะโลหิตจาง
  • หมู่เลือด และ Rh
  • โรคธาลัสซีเมีย
  • โรคติดเชื้อ เช่น HIV ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบบี
  • ภูมิคุ้มกันต่อโรคสำคัญ เช่น หัดเยอรมัน

หากพบความผิดปกติ แพทย์จะสามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก

ตรวจอัลตราซาวด์
ในช่วงไตรมาสแรก แพทย์มักตรวจอัลตราซาวด์เพื่อ

  • ยืนยันการตั้งครรภ์
  • กำหนดอายุครรภ์
  • คำนวณวันกำหนดคลอด
  • ประเมินการเจริญเติบโตของทารก

หลังจากนั้น ช่วงอายุครรภ์ประมาณ 18-22 สัปดาห์ จะมีการตรวจอัลตราซาวด์อีกครั้ง เพื่อประเมินความสมบูรณ์ของอวัยวะต่าง ๆ ของทารกในครรภ์

ฝากครรภ์ช่วยดูแลทั้งคุณแม่และลูกน้อย
ตลอดการตั้งครรภ์ คุณแม่จะได้รับการติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโตของลูก การวัดความดันโลหิต การตรวจปัสสาวะ รวมถึงการประเมินภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือภาวะครรภ์เป็นพิษ

นอกจากนี้ แพทย์ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับ

  • โภชนาการระหว่างตั้งครรภ์
  • การออกกำลังกายที่เหมาะสม
  • วิตามิน และยาบำรุงที่จำเป็น
  • การฉีดวัคซีน
  • การเตรียมตัวก่อนคลอด

เพื่อให้ทั้งคุณแม่ และลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงตลอดการตั้งครรภ์

ยิ่งฝากครรภ์เร็ว ยิ่งวางแผนการดูแลได้เร็ว
การฝากครรภ์ไม่ใช่เพียงการมาตรวจตามนัด แต่คือการดูแลสุขภาพของคุณแม่ และลูกน้อยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกของการตั้งครรภ์

หากคุณแม่เริ่มฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ แพทย์จะสามารถประเมินความเสี่ยง ค้นหาความผิดปกติ และวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ลูกน้อยเติบโตอย่างสมบูรณ์ในครรภ์

เพราะการดูแลที่ดีที่สุด เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันที่รู้ว่ากำลังจะมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
  • องค์การอนามัยโลก (WHO)
  • ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย
บทความสุขภาพ
Copyright © 2020 Bcaremedicalcenter. All Rights Reserved.