02 532 4444
ติดต่อสอบถาม 02 532 4444
หน้าแรก / บทความสุขภาพ / คุณแม่แบบไหน? เข้าข่ายภาวะครรภ์เสี่ยง
คุณแม่แบบไหน? เข้าข่ายภาวะครรภ์เสี่ยง
23 มิถุนายน 2026

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณแม่ และทารกในครรภ์ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปอย่างปลอดภัย และมีสุขภาพแข็งแรงตลอดระยะเวลา 9 เดือน

อย่างไรก็ตาม คุณแม่บางรายอาจมีปัจจัยที่ทำให้การตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ หรือที่เรียกว่า “ภาวะครรภ์เสี่ยงสูง” (High-Risk Pregnancy) ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งต่อมารดา และทารกในครรภ์

แม้ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยง แต่หากได้รับการดูแลจากสูตินรีแพทย์อย่างใกล้ชิด และเข้ารับการฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสให้คุณแม่ และลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงได้

ภาวะครรภ์เสี่ยงสูง คืออะไร ?
ภาวะครรภ์เสี่ยงสูง คือ ภาวะที่หญิงตั้งครรภ์มีปัจจัยบางอย่างที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของตนเอง หรือการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ทำให้จำเป็นต้องได้รับการติดตาม และดูแลเป็นพิเศษจากทีมแพทย์

ปัจจัยดังกล่าวอาจเกิดจากอายุ โรคประจำตัว ประวัติการตั้งครรภ์ในอดีต หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางประการ

1. อายุของคุณแม่ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงระหว่างตั้งครรภ์
อายุเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในกลุ่มต่อไปนี้

  • ตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อยกว่า 17 ปี
  • ตั้งครรภ์เมื่ออายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป

คุณแม่ในกลุ่มดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ เช่น

  • ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
  • เบาหวานขณะตั้งครรภ์
  • ภาวะครรภ์เป็นพิษ
  • การคลอดก่อนกำหนด
  • ความผิดปกติของโครโมโซมและความผิดปกติบางประการของทารกในครรภ์

2. มีประวัติการตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อน
คุณแม่ที่เคยมีภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ในอดีต ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป เนื่องจากบางภาวะอาจมีโอกาสเกิดซ้ำได้

ตัวอย่างประวัติที่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยง ได้แก่

  • เคยมีทารกเสียชีวิตในครรภ์ หรือเสียชีวิตหลังคลอด
  • เคยแท้งติดต่อกันตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป
  • เคยคลอดก่อนกำหนด
  • เคยมีภาวะครรภ์เป็นพิษ
  • เคยคลอดทารกน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม หรือมากกว่า 4,000 กรัม
  • เคยมีภาวะรกเกาะต่ำ รกลอกตัวก่อนกำหนด หรือภาวะน้ำคร่ำผิดปกติ
  • เคยตั้งครรภ์แฝด หรือครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ

ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวางแผนดูแลครรภ์ และการประเมินความเสี่ยงของแพทย์

3. มีโรคประจำตัวหรือปัญหาสุขภาพ
โรคประจำตัวบางชนิดอาจส่งผลต่อสุขภาพของมารดา และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์

โรคที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่

  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหัวใจ
  • โรคหอบหืด
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • โรคภูมิคุ้มกันตนเองบางชนิด
  • โรคติดเชื้อ เช่น เอชไอวี ซิฟิลิส หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ

หากมีโรคประจำตัว ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์ เพื่อวางแผนการรักษา และควบคุมโรคอย่างเหมาะสมตลอดการตั้งครรภ์

4. น้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์มากหรือน้อยเกินไป
ภาวะน้ำหนักตัวที่ไม่เหมาะสมก่อนตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อสุขภาพของทั้งคุณแม่ และทารกในครรภ์

  • ดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำกว่า 18.5 กิโลกรัม/ตารางเมตร
  • ดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 กิโลกรัม/ตารางเมตรขึ้นไป

คุณแม่ที่มีน้ำหนักตัวน้อยอาจมีความเสี่ยงต่อการคลอดทารกน้ำหนักน้อย หรือคลอดก่อนกำหนด ขณะที่ภาวะอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง ภาวะครรภ์เป็นพิษ การผ่าตัดคลอด และภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด

5. การตั้งครรภ์แฝด
การตั้งครรภ์แฝดถือเป็นการตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง เนื่องจากคุณแม่ และทารกมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยว

ภาวะที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • การคลอดก่อนกำหนด
  • ภาวะครรภ์เป็นพิษ
  • เบาหวานขณะตั้งครรภ์
  • ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์
  • ภาวะแทรกซ้อนเฉพาะของครรภ์แฝดบางชนิด

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝดจึงจำเป็นต้องได้รับการติดตามการเจริญเติบโตของทารกอย่างใกล้ชิดตลอดการตั้งครรภ์

6. การตั้งครรภ์จากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (IVF/ICSI)
ปัจจุบันมีคู่สมรสจำนวนมากที่ตั้งครรภ์จากการรักษาภาวะมีบุตรยาก เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรือการฉีดอสุจิเข้าเซลล์ไข่ (ICSI)

แม้ว่าส่วนใหญ่จะสามารถตั้งครรภ์ และคลอดบุตรได้อย่างปลอดภัย แต่การตั้งครรภ์ในกลุ่มนี้อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อ

  • ภาวะครรภ์เป็นพิษ
  • รกเกาะต่ำ
  • การคลอดก่อนกำหนด
  • การตั้งครรภ์แฝด
  • ภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรมบางประการ

ดังนั้นจึงควรได้รับการฝากครรภ์ และติดตามการตั้งครรภ์อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์

7. พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์
พฤติกรรมบางอย่างสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของทารกในครรภ์ และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้ ได้แก่

  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • การใช้สารเสพติด
  • การใช้ยาหรือสมุนไพรบางชนิดโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

พฤติกรรมเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักแรกเกิดต่ำ ความผิดปกติแต่กำเนิด และปัญหาด้านพัฒนาการของทารกในอนาคต

หากเป็นภาวะครรภ์เสี่ยง ต้องทำอย่างไร?
การได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นครรภ์เสี่ยง ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนเสมอไป สิ่งสำคัญคือการได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องจากทีมแพทย์

คำแนะนำสำหรับคุณแม่ที่อยู่ในกลุ่มครรภ์เสี่ยง ได้แก่

  • ฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะแรกของการตั้งครรภ์
  • มาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
  • รับประทานยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และครบถ้วน
  • ออกกำลังกายตามความเหมาะสม
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่ แอลกอฮอล์ และสารเสพติดทุกชนิด

ดูแลครรภ์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของแม่ และลูก
ภาวะครรภ์เสี่ยงสามารถตรวจพบ และติดตามดูแลได้ตั้งแต่ระยะแรกของการตั้งครรภ์ การฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการได้รับคำแนะนำจากสูตินรีแพทย์ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ทั้งคุณแม่ และลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงตลอดการตั้งครรภ์

หากกำลังวางแผนมีบุตร ตั้งครรภ์อยู่ หรือกังวลว่าตนเองอาจอยู่ในกลุ่มครรภ์เสี่ยง ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับการประเมิน และวางแผนการดูแลที่เหมาะสมสำหรับการตั้งครรภ์แต่ละราย

 

เรียบเรียงโดย : พญ.ปฏิญญา โรจวัฒนา สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

บทความสุขภาพ
Copyright © 2020 Bcaremedicalcenter. All Rights Reserved.