การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณแม่ และทารกในครรภ์ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปอย่างปลอดภัย และมีสุขภาพแข็งแรงตลอดระยะเวลา 9 เดือน
อย่างไรก็ตาม คุณแม่บางรายอาจมีปัจจัยที่ทำให้การตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ หรือที่เรียกว่า “ภาวะครรภ์เสี่ยงสูง” (High-Risk Pregnancy) ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งต่อมารดา และทารกในครรภ์
แม้ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยง แต่หากได้รับการดูแลจากสูตินรีแพทย์อย่างใกล้ชิด และเข้ารับการฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสให้คุณแม่ และลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงได้
ภาวะครรภ์เสี่ยงสูง คืออะไร ?
ภาวะครรภ์เสี่ยงสูง คือ ภาวะที่หญิงตั้งครรภ์มีปัจจัยบางอย่างที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของตนเอง หรือการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ทำให้จำเป็นต้องได้รับการติดตาม และดูแลเป็นพิเศษจากทีมแพทย์
ปัจจัยดังกล่าวอาจเกิดจากอายุ โรคประจำตัว ประวัติการตั้งครรภ์ในอดีต หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางประการ
1. อายุของคุณแม่ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงระหว่างตั้งครรภ์
อายุเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในกลุ่มต่อไปนี้
คุณแม่ในกลุ่มดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ เช่น
2. มีประวัติการตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อน
คุณแม่ที่เคยมีภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ในอดีต ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป เนื่องจากบางภาวะอาจมีโอกาสเกิดซ้ำได้
ตัวอย่างประวัติที่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยง ได้แก่
ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวางแผนดูแลครรภ์ และการประเมินความเสี่ยงของแพทย์
3. มีโรคประจำตัวหรือปัญหาสุขภาพ
โรคประจำตัวบางชนิดอาจส่งผลต่อสุขภาพของมารดา และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์
โรคที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่
หากมีโรคประจำตัว ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์ เพื่อวางแผนการรักษา และควบคุมโรคอย่างเหมาะสมตลอดการตั้งครรภ์
4. น้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์มากหรือน้อยเกินไป
ภาวะน้ำหนักตัวที่ไม่เหมาะสมก่อนตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อสุขภาพของทั้งคุณแม่ และทารกในครรภ์
คุณแม่ที่มีน้ำหนักตัวน้อยอาจมีความเสี่ยงต่อการคลอดทารกน้ำหนักน้อย หรือคลอดก่อนกำหนด ขณะที่ภาวะอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง ภาวะครรภ์เป็นพิษ การผ่าตัดคลอด และภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด
5. การตั้งครรภ์แฝด
การตั้งครรภ์แฝดถือเป็นการตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง เนื่องจากคุณแม่ และทารกมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยว
ภาวะที่พบได้บ่อย ได้แก่
คุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝดจึงจำเป็นต้องได้รับการติดตามการเจริญเติบโตของทารกอย่างใกล้ชิดตลอดการตั้งครรภ์
6. การตั้งครรภ์จากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (IVF/ICSI)
ปัจจุบันมีคู่สมรสจำนวนมากที่ตั้งครรภ์จากการรักษาภาวะมีบุตรยาก เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรือการฉีดอสุจิเข้าเซลล์ไข่ (ICSI)
แม้ว่าส่วนใหญ่จะสามารถตั้งครรภ์ และคลอดบุตรได้อย่างปลอดภัย แต่การตั้งครรภ์ในกลุ่มนี้อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อ
ดังนั้นจึงควรได้รับการฝากครรภ์ และติดตามการตั้งครรภ์อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์
7. พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์
พฤติกรรมบางอย่างสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของทารกในครรภ์ และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้ ได้แก่
พฤติกรรมเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักแรกเกิดต่ำ ความผิดปกติแต่กำเนิด และปัญหาด้านพัฒนาการของทารกในอนาคต
หากเป็นภาวะครรภ์เสี่ยง ต้องทำอย่างไร?
การได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นครรภ์เสี่ยง ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนเสมอไป สิ่งสำคัญคือการได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องจากทีมแพทย์
คำแนะนำสำหรับคุณแม่ที่อยู่ในกลุ่มครรภ์เสี่ยง ได้แก่
ดูแลครรภ์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของแม่ และลูก
ภาวะครรภ์เสี่ยงสามารถตรวจพบ และติดตามดูแลได้ตั้งแต่ระยะแรกของการตั้งครรภ์ การฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการได้รับคำแนะนำจากสูตินรีแพทย์ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ทั้งคุณแม่ และลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงตลอดการตั้งครรภ์
หากกำลังวางแผนมีบุตร ตั้งครรภ์อยู่ หรือกังวลว่าตนเองอาจอยู่ในกลุ่มครรภ์เสี่ยง ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับการประเมิน และวางแผนการดูแลที่เหมาะสมสำหรับการตั้งครรภ์แต่ละราย
เรียบเรียงโดย : พญ.ปฏิญญา โรจวัฒนา สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข