เมื่ออายุเข้าสู่ช่วงประมาณ 45–55 ปี ร่างกายของผู้หญิงจะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เรียกว่า “วัยทอง” หรือวัยหมดประจำเดือน (Menopause) ซึ่งเกิดจากการที่รังไข่ค่อย ๆ ลดการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนลง จนประจำเดือนหยุดไปในที่สุด
แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ แต่สิ่งที่ตามมานั้นไม่ได้มีแค่เรื่องของรอบเดือน เพราะฮอร์โมนเพศหญิงมีผลต่อทั้งร่างกาย อารมณ์ การนอน การเผาผลาญ รวมถึงความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ในระยะยาวด้วย
ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสตรีวัยทองมากกว่า 7 ล้านคน และจำนวนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามโครงสร้างสังคมผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ ข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยังพบว่า ผู้หญิงวัย 45–59 ปี จำนวนไม่น้อยเริ่มมีโรคประจำตัวร่วม โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง รวมถึงภาวะอ้วนลงพุง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจ และหลอดเลือดในอนาคต
วัยทองไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว
ก่อนจะเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือนจริง ร่างกายจะมีช่วงที่เรียกว่าวัยใกล้หมดประจำเดือน (Perimenopause) ซึ่งอาจกินเวลาหลายปี โดยฮอร์โมนเริ่มแปรปรวน และทำให้ประจำเดือนเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น
ผู้หญิงแต่ละคนอาจมีอาการไม่เหมือนกัน บางคนแทบไม่มีอาการเลย ขณะที่บางคนได้รับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน
สัญญาณที่พบบ่อยของวัยทอง
อาการของวัยทองสามารถเกิดได้ทั้งทางร่างกาย และอารมณ์ โดยเฉพาะในช่วง 1–2 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนลดลงอย่างรวดเร็ว
อาการที่พบได้บ่อย
ข้อมูลจากกรมอนามัยแบ่งอาการวัยทองออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเริ่มต้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ซึ่งระยะหลังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะสมองเสื่อมได้
ทำไมผู้หญิงวัยทองจึงควรตรวจสุขภาพมากขึ้น
หนึ่งในสิ่งที่หลายคนมักเข้าใจผิด คือคิดว่าวัยทองเป็นเพียงเรื่องของฮอร์โมน หรืออารมณ์ แต่ในความเป็นจริง การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนมีผลต่อหลายระบบในร่างกาย
เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสะโพก และกระดูกสันหลัง
การดูแลตัวเองในวัยทอง เริ่มได้จากเรื่องใกล้ตัว
แม้วัยทองจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การดูแลสุขภาพที่เหมาะสมจะช่วยลดผลกระทบต่อร่างกายได้มาก
แนวทางดูแลสุขภาพที่แนะนำ
รวมถึง “การตรวจสุขภาพประจำปี” อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคที่มักพบในวัยนี้
วัยทอง ไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับอาการเพียงลำพัง
หากเริ่มมีอาการรบกวนการใช้ชีวิต เช่น ร้อนวูบวาบรุนแรง นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย น้ำหนักขึ้นเร็ว หรือรู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนไปมากผิดปกติ การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์จะช่วยให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
เพราะวัยทองไม่ใช่จุดจบของสุขภาพผู้หญิง แต่เป็นอีกช่วงเวลาสำคัญที่ควรใส่ใจตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการวัยทอง หรืออยากวางแผนดูแลสุขภาพในระยะยาว สามารถเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางได้ที่โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :