02 532 4444
ติดต่อสอบถาม 02 532 4444
หน้าแรก / บทความสุขภาพ / มะเร็งรังไข่ “ภัยเงียบ” ของผู้หญิงที่ต้องรู้เท่าทัน
มะเร็งรังไข่ “ภัยเงียบ” ของผู้หญิงที่ต้องรู้เท่าทัน
16 เมษายน 2026

มะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer) เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งนรีเวชที่พบอุบัติการณ์สูง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของผู้หญิงทั่วโลก เนื่องจากในระยะเริ่มต้นโรคมักไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 70 มักตรวจพบโรคเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการ สัญญาณเตือน และปัจจัยเสี่ยง จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้สตรีสังเกตความผิดปกติได้เร็วขึ้น

มะเร็งรังไข่คืออะไร?
มะเร็งรังไข่ เกิดจากเซลล์ภายในรังไข่เกิดการกลายพันธุ์ (Mutation) ทำให้มีการแบ่งตัว และเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย รังไข่เป็นอวัยวะสำคัญในระบบสืบพันธุ์สตรี ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน และสร้างเซลล์ไข่ เมื่อเซลล์เหล่านี้พัฒนาเป็นมะเร็ง มักจะขยายตัวได้ง่ายภายในช่องท้องเนื่องจากไม่มีผนังกั้นอวัยวะที่ซับซ้อน

ทำไมมะเร็งรังไข่จึงถูกเรียกว่า “ภัยเงียบ” (Silent Killer)?
สาเหตุที่ถูกขนานนามเช่นนี้ เพราะอาการในระยะแรกมักไม่จำเพาะเจาะจง (Non-specific symptoms) และมีความคล้ายคลึงกับอาการของโรคระบบทางเดินอาหารทั่วไป เช่น ท้องอืด แน่นท้อง ส่งผลให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ละเลยจนก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือกระจายไปทั่วช่องท้อง ซึ่งอาการเหล่านี้มักปรากฏชัดเมื่อโรคเข้าสู่ระยะที่ 3 หรือ 4

สัญญาณเตือนที่ผู้หญิงควรสังเกต (Clinical Symptoms)
แม้จะมีอาการไม่ชัดเจนในช่วงแรก แต่หากพบอาการดังต่อไปนี้ ควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด

  • ท้องอืด แน่นท้อง รู้สึกท้องโตขึ้นผิดปกติ
  • อิ่มเร็วผิดปกติ (Early satiety) รับประทานอาหารได้น้อยลง
  • ปวดหน่วง หรือแน่นบริเวณท้องน้อย
  • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
  • ท้องผูกเรื้อรัง
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งรังไข่ (Risk Factors)
ปัจจัยที่เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ประกอบด้วย

  • อายุ : พบมากในผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือวัยหลังหมดประจำเดือน
  • พันธุกรรม : มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งลำไส้ โดยเฉพาะการมีความผิดปกติของยีน BRCA1 หรือ BRCA2
  • ประวัติการตกไข่ (Incessant Ovulation) : สตรีที่ไม่เคยตั้งครรภ์ มีบุตรยาก หรือเริ่มมีประจำเดือนเร็ว และหมดช้า จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นเนื่องจากรังไข่ต้องทำงานติดต่อกันโดยไม่มีช่วงพัก
  • ภาวะสุขภาพ : ภาวะอ้วน (Obesity) หรือการสูบบุหรี่

 

แนวทางการตรวจวินิจฉัย (Diagnosis)

  • การตรวจภายใน (Pelvic Examination) : เพื่อคลำหาขนาด และตำแหน่งของก้อนเนื้อ
  • อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound) : เพื่อดูลักษณะทางกายภาพของรังไข่
  • การตรวจเลือดหาค่าบ่งชี้มะเร็ง (CA-125) : ใช้ประเมินความเสี่ยงร่วมกับวิธีอื่น (เนื่องจากค่านี้อาจสูงขึ้นได้จากโรคที่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น ช็อกโกแลตซีสต์)
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan/MRI) : ในกรณีที่ต้องการประเมินการลุกลามของโรค

การดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยง
แม้โรคมะเร็งรังไข่จะเป็นโรคที่ไม่สามารถป้องกันได้ แต่การหมั่นสังเกตความผิดปกติ และตรวจสุขภาพสตรีอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้มากขึ้น ได้แก่

  • ตรวจสุขภาพสตรีประจำปี
  • สังเกตอาการผิกปกติของร่างกาย
  • ดูแลสุขอนามัย ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เลิกสูบบุหรี่

มะเร็งรังไข่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว การ "ช่างสังเกต" และ "ไม่นิ่งนอนใจ" ต่ออาการเล็กน้อย คือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีและการรักษาที่ทันท่วงที

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

  • สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
  • สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย
  • American Cancer Society
  • คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
บทความสุขภาพ
Copyright © 2020 Bcaremedicalcenter. All Rights Reserved.