02 532 4444
ติดต่อสอบถาม 02 532 4444
หน้าแรก / บทความสุขภาพ / ปัสสาวะแสบ ขัด บ่อย อย่าคิดว่าเดี๋ยวก็หาย อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
ปัสสาวะแสบ ขัด บ่อย อย่าคิดว่าเดี๋ยวก็หาย อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
17 กรกฎาคม 2026

หลายคนเคยมีอาการปัสสาวะแสบ ปวด หรือรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าปกติ บางคนเลือกดื่มน้ำเยอะ ๆ แล้วรอดูอาการ บางคนซื้อยามารับประทานเอง เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย

แต่หากอาการเหล่านี้เกิดจาก การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้การติดเชื้อลุกลามไปถึงไต และในบางรายอาจรุนแรงจนเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้

ไม่ใช่แค่ "ปัสสาวะแสบ"
ระบบทางเดินปัสสาวะของเราประกอบด้วย ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ เมื่อแบคทีเรียเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะ และเพิ่มจำนวน จึงเกิดการอักเสบ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเฉพาะที่กระเพาะปัสสาวะ หรือแพร่กระจายขึ้นไปถึงไตได้

อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ปัสสาวะแสบ หรือปวดเวลาปัสสาวะ
  • ปัสสาวะบ่อย แต่ปัสสาวะออกครั้งละน้อย
  • ปวดปัสสาวะกะทันหันจนต้องรีบเข้าห้องน้ำ
  • รู้สึกปัสสาวะไม่สุด
  • ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นแรง หรือมีเลือดปน
  • ปวดบริเวณท้องน้อย

ถ้ามีไข้ร่วมด้วย อย่านิ่งนอนใจ
หากการติดเชื้อลุกลามขึ้นไปถึงไต ผู้ป่วยอาจมีอาการมากกว่าการปัสสาวะแสบขัด เช่น

  • ไข้สูง
  • หนาวสั่น
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดเอวหรือปวดสีข้าง

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าการติดเชื้อรุนแรงขึ้น และควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว

ใครบ้างที่เสี่ยงกว่าคนอื่น?
แม้โรคนี้จะเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่พบได้บ่อยในผู้หญิง เนื่องจากท่อปัสสาวะสั้นกว่าผู้ชาย ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่าย

นอกจากนี้ ยังพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในผู้ที่

  • ดื่มน้ำน้อย
  • กลั้นปัสสาวะเป็นประจำ
  • เป็นเบาหวาน
  • มีนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
  • ต่อมลูกหมากโต
  • ใส่สายสวนปัสสาวะ
  • ตั้งครรภ์ หรือผู้สูงอายุบางราย

อย่าซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง
หลายคนเมื่อมีอาการปัสสาวะแสบขัด มักซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง แต่ความจริงแล้ว อาการคล้ายกันอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ และเชื้อแบคทีเรียแต่ละชนิดก็อาจตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะไม่เหมือนกัน

แพทย์อาจพิจารณาตรวจปัสสาวะ หรือเพาะเชื้อในบางราย เพื่อเลือกยาที่เหมาะสม ลดโอกาสการดื้อยา และช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลการติดเชื้อ?
แม้จะป้องกันได้ไม่ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน เช่น

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ไม่กลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
  • รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ
  • ปัสสาวะหลังมีเพศสัมพันธ์
  • หากเคยเป็นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบ่อย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

อย่ารอให้จาก "แสบ" กลายเป็น "หนัก"
อาการปัสสาวะแสบขัดอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ในบางครั้งอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการติดเชื้อที่ต้องได้รับการรักษา

หากมีอาการต่อเนื่อง ปัสสาวะมีเลือดปน มีไข้ ปวดเอว หรืออาการไม่ดีขึ้นภายในเวลาอันสั้น ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ เพื่อหาสาเหตุ และรับการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก

เพราะการรักษาได้เร็ว ไม่เพียงช่วยให้อาการดีขึ้น แต่ยังช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้อีกด้วย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความสุขภาพ
Copyright © 2020 Bcaremedicalcenter. All Rights Reserved.