“ตรวจภายใน” มากกว่าที่ผู้หญิงคุ้นเคย สำคัญกว่าที่เคยคิด
09 เมษายน 2026
การตรวจภายใน (Pelvic Examination) เป็นการตรวจพื้นฐานทางนรีเวชที่ผู้หญิงทุกคนควรให้ความสำคัญ หลายคนอาจรู้สึกกังวล หรือเขินอาย แต่ในความเป็นจริง ขั้นตอนการตรวจนั้นใช้เวลาไม่นาน และมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวินิจฉัยโรคทางระบบสืบพันธุ์สตรี ตั้งแต่ภาวะอักเสบทั่วไป ไปจนถึงการคัดกรองมะเร็งในระยะเริ่มต้น
การประเมินอวัยวะสืบพันธุ์เบื้องต้น
แพทย์จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Speculum เพื่อช่วยขยายช่องคลอด ทำให้สามารถมองเห็นผนังช่องคลอด และปากมดลูกได้อย่างชัดเจน การตรวจนี้ช่วยให้แพทย์ประเมินความผิดปกติได้ทันที เช่น
- การติดเชื้อในช่องคลอด : ตรวจดูลักษณะการอักเสบ รอยโรค หรือแผลผิดปกติ
- ตกขาวผิดปกติ : ประเมินลักษณะ สี และกลิ่น เพื่อวินิจฉัยเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย หรือปรสิต
การคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer Screening)
ในปัจจุบัน การตรวจคัดกรองไม่ได้มีเพียงแค่การป้ายเซลล์ลงบนสไลด์ (Conventional Pap Smear) แต่มีนวัตกรรมที่แม่นยำกว่า ดังนี้ :
- Liquid-based Cytology (Thin prep) : เป็นการเก็บตัวอย่างเซลล์จากปากมดลูกลงในน้ำยาเฉพาะ เพื่อลดสิ่งปนเปื้อน เช่น มูกหรือเลือด ทำให้แพทย์อ่านผลเซลล์ที่ผิดปกติได้แม่นยำกว่าวิธีเดิม
- HPV DNA Testing : เป็นการตรวจหาเชื้อไวรัส HPV ชนิดความเสี่ยงสูง (High-risk HPV) โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก วิธีนี้สามารถตรวจพบความเสี่ยงได้ตั้งแต่เซลล์ยังไม่เริ่มเปลี่ยนแปลง
- Co-Testing : คือการตรวจ Thin Prep ควบคู่กับ HPV DNA Testing ในคราวเดียวกัน ซึ่งถือเป็นมาตรฐานการตรวจที่ให้ความแม่นยำสูงสุดในปัจจุบัน ช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยง และวางแผนการดูแลได้อย่างครอบคลุมที่สุด
การตรวจอัลตราซาวนด์ทางนรีเวช (Gynecologic Ultrasound)
ในกรณีที่แพทย์ต้องการดูโครงสร้างภายในที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แพทย์จะใช้การอัลตราซาวนด์ (มักใช้หัวตรวจทางช่องคลอด) เพื่อดูอวัยวะสำคัญ :
- มดลูก : ตรวจดูขนาด และลักษณะของมดลูก เนื้องอกมดลูก (Myoma uteri) และเยื่อบุโพรงมดลูก
- รังไข่ : ตรวจดูขนาด และลักษณะของรังไข่ ถุงน้ำรังไข่ (Cyst) หรือเนื้องอกรังไข่ที่อาจเป็น "ภัยเงียบ" ในระยะแรก
ผู้หญิงควรเริ่มตรวจภายในเมื่อไร?
แนวทางเวชปฏิบัติแนะนำให้ผู้หญิงเริ่มตรวจสุขภาพสตรีเมื่อ :
- เริ่มมีเพศสัมพันธ์
- อายุ 21-25 ปีขึ้นไป แม้ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ก็ควรเริ่มเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
- มีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องน้อย เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดที่ ตกขาวผิดปกติ
การเตรียมตัวก่อนตรวจภายใน
เพื่อให้ผลการตรวจมีความแม่นยำสูงสุด แนะนำดังนี้ :
- ช่วงเวลา : ควรตรวจในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน (หลังหมดประจำเดือนอย่างน้อย 7 วันจะดีที่สุด)
- กิจกรรม : งดการมีเพศสัมพันธ์ก่อนตรวจ 24-48 ชั่วโมง
- การดูแล : งดการสวนล้างช่องคลอด หรือการใช้ยาสอดช่องคลอดก่อนตรวจ
การตรวจภายใน และคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีที่ทันสมัยอย่าง Co-Testing ช่วยให้เราพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ "ระยะก่อนมะเร็ง" ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ การสละเวลาตรวจสุขภาพปีละครั้ง คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้หญิงทุกคน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
- สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย
- American Cancer Society
- คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC)